การใช้งานโปรแกรม WaveLab เบื้องต้นสำหรับชาวบ้านแบบ Step By Step

การใช้งานโปรแกรม WaveLab เบื้องต้นสำหรับชาวบ้านแบบ Step By Step

โปรแกรม WaveLab 5 เป็นซอฟต์แวร์ทางด้านดนตรีที่เรียกได้ว่าเล็กพริกขี้หนู ด้วยขนาดไฟล์ที่เล็กเพียงประมาณ 20 กว่าเม็ก แต่ทำงานดนตรีระดับบิ๊กได้สบาย

วันนี้ผมจะมาแนะนำให้รู้จักการใช้งานซอฟต์แวร์ตัวนี้กันแบบคร่าวๆ คือไม่เจาะลึกในระดับที่นักดนตรีส่วนใหญ่ใช้งานกัน แต่เอาให้เหมาะสมกับชาวบ้านอย่างเราๆ ในการนำไปใช้งานทั่วๆไปที่เกียวกับเสียงเพลง เช่น การอัดเสียงต่างๆลงมาเป็นไฟล์ wave หรือ mp3 ลงในเครื่องของเรา, การแปลง Audio CD เป็น MP3 และ ปรับความดังของไฟล์เพลงที่เรามีให้ดังเท่าระดับมาตรฐานของ CD Audio ทั่วไปนะครับ



เริ่มกันด้วยการอัดเสียงต่างๆลงเป็นไฟล์ด้วย WaveLab นะครับ ง่ายแสนง่ายเลยครับ

ไปดูกันที่ตัว Play Control (แผงควบคุมการเล่นเสียง) ของเรากันก่อนเลยครับ
ดูที่รูปลำโพงเล็กๆสีเหลืองๆตรงมุมล่างด้านซ้ายของคุณเลยนะครับ ดับเบิ้ลคลิ๊กมันขึ้นมาก่อนครับ จะได้หน้าตาประมาณในภาพประกอบ

ให้เลือกที่เมนู Options จากนั้นเลือกที่ Properties



เมื่อคลิ๊กที่ Properties แล้ว จะได้หน้าประมาณในภาพประกอบของโพสต์นี้นะครับ ให้เลือกส่วนที่ 1 เป็น Recording (เดิมทีตอนเปิดมาใหม่ๆ มันจะอยู่ที่ Playback ครับ)

จากนั้นดูตามภาพประกอบนะครับ ที่ผมทำแถบสีเหลืองๆเอาไว้ เพื่อให้มองเห็นชัดๆว่า ตรงนั้นผมติ๊กเครื่องหมายถูกทุกตัว (จริงๆแล้วบางตัวก็ไม่จำเป็นต้องใช้เหมือนกันครับ) แล้วกดปุ่มโอเคไปตามหมายเลข 2 ดังในภาพ



เมื่อคลิ๊กที่ OK แล้ว ก็จะเข้าสู้หน้าต่าง Recording Control ซึ่งหน้าตาจะคล้าย Play Control มากเลยครับ เพียงแต่การใช้งานไม่เหมือนกัน

ในส่วนของ Play Control เอาไว้ควบคุมเสียงที่เราได้ยิน แต่ส่วน Recording Control จะเอาไว้ควบคุมในส่วนของเสียงที่เราต้องการจะอัดลงเป็นไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานะครับ

ถ้าดูจากภาพ ผมจะทำสีไว้ 3 สี เพื่อแยกให้เห็นชัดๆว่า
สีแดง คือส่วนที่ใช้ควบคุมความสมดุลย์ของเสียงให้ออกทางลำโพงด้านซ้ายหรือขวา
สีเหลือง คือส่วนที่ใช้ควบคุมความดังของเสียง
สีเขียว คือส่วนที่เอาไว้เลือกว่าเราจะอัดเสียงจากช่องทางไหน จะเป็น MIDI, CD, What you hear, Microphone, Line-in, Wave-MP3
(ตรงนี้ ซาวน์การ์ดแต่ละตัวอาจไม่เหมือนกัน เวลาที่เราจะบันทึกเสียง ต้องลองเลือกๆดูครับ ว่าใช้ช่องไหนแล้วจะอัดเสียงเข้า
หรือถ้าไม่แน่ใจก็เลือกที่ What you hear หรือ Stereo Mix)

ตามตัวอย่างผมเลือกที่ What you hear นะครับ ซึ่งถ้าเลือกตรงนี้ ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่เกิดเสียงขึ้นในคอมพิวเตอร์ของเรา จะสามารถบันทึกเสียงลงได้ทั้งหมด แต่อาจมีเสียงรบกวนได้ เช่นจะอัดเสียงเพลงจากในเว็บ แต่ก็ดันได้ยินเสียงพูดของเราที่เข้าไมค์โครโฟนไปด้วย ต้องทดลองใช้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และให้เกิดความชำนาญในการเลือกใช้ช่องทางสำหรับบันทึกเสียง ลองๆดูนะครับ เดี๋ยวก็เข้าใจ



เมื่อเตรียมพร้อมสำหรับการอัดเสียงเป็นที่เรียบร้อยตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว ก็มาเข้าสู่โปรแกรม WaveLab กันครับ

เปิดโปรแกรม WaveLab ขึ้นมาเลยครับ จะได้หน้าตาดังภาพ ให้กดปุ่ม Record (ปุ่มสีแดงๆ) ดูตามภาพนะครับ



เมื่อกดปุ่ม Record เรียบร้อยแล้ว โปรแกรมจะเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมาหน้าตาดังในภาพครับ

ลองเปิดเพลงหรือพูดใส่ไมโครโฟนดูครับ ถ้าเห็นแถบเขียวๆฟ้าๆขึ้นแบบนี้ แสดงว่าใช้ได้แล้ว พร้อมบันทึกเสียงได้เลย
ถ้าพร้อมแล้วก็กดปุ่ม Record ได้เลยครับ



เมื่ออัดเสียงเรียบร้อยแล้ว ก็ให้กดปุ่ม Stop เพื่อหยุดการบันทึกเสียง



พอเรากดปุ่ม Stop แล้ว โปรแกรมก็จะพาเรากลับมาที่หน้าต่างหลักของโปรแกรม และจะเห็นแถบเสียงที่เราได้บันทึกไว้เมื่อสักครู่ แสดงว่าอัดเสียงติดแล้วเรียบร้อยไม่มีปัญหา

ให้กดปุ่ม Save ไฟล์ (รูปแผ่นดิสก์สีเหลืองส้ม)
หรือเลือกที่เมนู File จากนั้นเลือกที่ Save
หรือกด Ctrl+s เพื่อ Save ไฟล์ลงฮาร์ดดิสก์ของเรา



เมื่อกดปุ่ม Save แล้ว โปรแกรมจะเปิดหน้าต่างใหม่มาให้เราเลือกที่เก็บไฟล์ เราก็ทำตามขั้นตอนตามภาพเลยนะครับ

1. เลือกที่เก็บไฟล์ว่าจะเอาไว้ที่ Drive ไหน โฟลเดอร์ไหนก็ว่าไป (ในตัวอย่างผมเก็บไว้ที่ Drive C เลยครับ)
2. ตั้งชื่อไฟล์
3. เลือก Format ของไฟล์ (หมายถึงเลือกว่าจะเซฟเป็นไฟล์นามสกุลอะไร อาจจะเป็น Wave, MP3, oqq, osq, ฯลฯ)
4. Save

เป็นอันเรียบร้อยครับ อัดเสียงลงคอมได้แล้วเรียบร้อยด้วยโปรแกรม WaveLab
คราวนี้ไม่ว่าจะเพลงจากเว็บ จาก CD หรือจากหนัง หรือจากไมโครโฟน เราก็เลือกอัดลงคอมได้สบายมาก




จบไปแล้วนะครับ สำหรับการอัดเสียงด้วย WaveLab

มาครับ.. มาต่อกันที่การ Rip ไฟล์จาก CD ลงมาเป็น wave หรือ mp3 ในเครื่องของเรากันดีกว่า

เริ่มกันใหม่ตั้งแต่เริ่มเปิดโปรแกรมเลยละกันนะครับ แยกกันไปเลยเป็นเรื่องๆ จะได้ไม่งง

เปิดโปรแกรม WaveLab ขึ้นมาครับ



ใส่แผ่น CD Audio เข้าไปใน Drive CD Rom ของเราก่อนนะครับ
จากนั้นก็เลือกเมนู Tools และเลือกที่เมนู Import Audio CD tracks (หรือกดปุ่ม Ctrl+I แทนก็ได้)



เมื่อเลือก Import Audio CD tracks เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โปรแกรมจะเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมาให้เราหน้าตาอย่างนี้ครับ

ส่วนที่เราต้องสังเกต ผมทำสีไว้ให้

สีเหลือง จะเป็นจำนวนเพลงที่อยู่ในแผ่น CD ที่เราใส่เข้าไป ให้เราคลิ๊กเลือกเพลงที่เราต้องการทำเป็น mp3 โดยอาจจะคลิ๊กเลือกเพลงเดียว หรือคลิ๊กเลือกหลายๆเพลงก็ได้ โดยใช้ปุ่ม Ctrl ร่วมด้วยในขณะที่คลิ๊กเลือกเพลง เช่นจะเลือกที่เพลงที่ 1 3 และ 5 ก็กดปุ่ม Ctrl ค้างไว้แล้วกดที่ Track ที่ 1 3 และ 5 ตามลำดับ

สีแดง เอาไว้เลือกตำแหน่งที่เก็บไฟล์ mp3 ที่เราจะดูดมาจาก CD ว่าจะให้ Save ไว้ที่ไหน (ตัวอย่างผมเก็บไว้ที่ Drive C:\wavelab test for com-th)

เมื่อทำตามขั้นตอนสีเหลืองและสีแดงเรียบร้อยแล้ว ก็มาดูตรงสีส้มครับ ตรงนี้ล่ะครับที่ใช้เลือก Format ของไฟล์ที่เราจะ save ว่าจะเป็น wave หรือ mp3 หรืออื่นๆ

เมื่อเลือกครบทุกจุดแล้ว ก็ให้กดที่ปุ่มสีเขียวครับ Convert to Basic Audio CD เพื่อให้โปรแกรมจัดการดูดไฟล์จาก CD ลงมาเป็นไฟล์ wave หรือ MP3 ลงในเครื่องของเรา



เมื่อกดปุ่มเรียบร้อยแล้ว โปรแกรมก็จะทำการ Rip ไฟล์ลงเครื่องของเราไปยังโฟลเดอร์เป้าหมายตามที่เลือกไว้ครับ
รอสักครู่..



เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็ปิดทุกหน้าต่างลงได้โดยไม่ต้อง Save ใดๆเลยครับ
เพราะไฟล์ที่เราต้องการอยู่ในโฟลเดอร์เป้าหมายของเราเรียบร้อยแล้วครับ
ปิดอย่างเดียวเลยครับ ^_^







เป็นอันเสร็จสิ้นแล้วครับสำหรับการ Rip ไฟล์จาก CD ลงมาเป็น wave ไฟล์ หรือ MP3 ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา


มาต่อกันด้วยการทำให้ไฟล์เสียงของคุณมีความดังเท่ากับมาตรฐานของ CD Audio ทั่วๆไปกันครับ

เปิดโปรแกรม WaveLab ขึ้นมาเลยครับ แล้วก็เลือกที่เมนู File >> Open >> Wave... (หรือกด Ctrl+O เพื่อเปิดไฟล์เสียงของเราขึ้นมาครับ)



โปรแกรมจะเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมาให้เราเลือกไฟล์ เราก็ทำการเลือกไฟล์เลยครับ
1. เลือกไฟล์
2. คลิ๊กที่ปุ่ม Open เพื่อเปิดไฟล์ครับ



เมื่อเปิดไฟล์เสร็จ หน้าตาของโปรแกรมก็จะเป็นประมาณนี้ครับ



ให้ดับเบิ้ลคลิ๊กที่เส้นกลางของแถบ Wave เพื่อเลือกทั้งหมด หรือกดปุ่ม Ctrl+A แทนก็ได้ครับ



จากนั้นก็เลือกที่เมนู Process >> Normalize



โปรแกรมจะเปิดหน้าต่างมาให้เพื่อให้เราทำการยืนยัน
เราก็กดปุ่ม Apply ไปได้เลยครับ



เมื่อกดปุ่ม Apply เรียบร้อยแล้ว โปรแกรมก็จะทำการปรับระดับความดังของเสียงให้กับเรา
รอจนเรียบร้อย จากนั้นก็สั่ง Save งานได้เลยครับ
เท่านี้เองครับง่ายมั๊ยครับ เสียงเพลงก็จะดังเท่ากับระดับมาตรฐานแล้ว



จบแล้วนะครับ สำหรับการทำให้ไฟล์เสียงของเรามีความดังเท่ากับมาตรฐานของ CD Audio ทั่วไปครับ

แต่แบบนี้ยังไม่หนำใจครับ ยังมีการใช้งานแบบ Advanced ขึ้นอีกนิดนึงครับ คือการทำให้เสียงเพลงดังเท่ามาตรฐานของ CD Audio ทั่วๆไป แต่ทำทีเดียวรวดหมดทั้งยวงเลย ไฟล์เสียงของเราก็จะดังเท่าๆกันทุกๆเพลงแล้ว คราวนี้เวลาเปิดเพลงฟังจะได้ไม่มึนว่าเดี๋ยวเพลงนู้นดัง เดี๋ยวเพลงนี้ค่อย

อ่ะ มาดูกันในโพสต์ต่อไปนะครับ

เริ่มกันใหม่ตั้งแต่เปิดโปรแกรมเลยนะครับ
เปิดโปรแกรมขึ้นมาครับ แล้วเลือกที่เมนู Tools >> Batch Process... (หรือกดปุ่ม Ctrl+B แทนก็ได้นะครับ)



โปรแกรมจะเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมาครับ ชื่อว่าหน้าต่าง Batch Processing ให้เราคลิ๊กที่ปุ่ม Browse and add file เพื่อเลือกไฟล์ที่เราต้องการนำมาปรับระดับให้มีความดังเท่า CD Audio มาตรฐาน และดังเท่าๆกันทุกไฟล์



เมื่อคลิ๊กปุ่ม Browse and add file แล้ว โปรแกรมจะเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมาให้เราเลือกไฟล์ครับ

1. ตามตัวอย่าง ผมก็คลิ๊กๆ ปาดเลือกไฟล์ที่ผมต้องการเลย
2. จากนั้นก็กดปุ่ม Open ครับ



เมื่อเลือกไฟล์เสร็จแล้ว โปรแกรมจะพาเรากลับมาที่หน้าต่างนี้ครับ
เห็นมั๊ยครับไฟล์ถูกเพิ่มลงในรายชื่อไฟล์ที่เราต้องการแก้ไขแล้ว



จากนั้นให้คลิ๊กที่ปุ่ม Edit Batch Plugins เลยครับ (ดูตามภาพนะครับ ผมวงกลมแดงๆ ไว้ให้แล้ว)



เมื่อคลิ๊กที่ปุ่ม Edit Batch Plugins เรียบร้อยแล้ว โปรแกรมจะเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมาครับ ซึ่งหน้าต่างนี้ทางด้านซ้ายจะเป็นหน้าขวาๆ ว่างเปล่าๆ ส่วนหน้าต่างทางขวาจะมีรายการให้เลือกเยอะแยะไปหมดเลย

ถ้าลองคลิ๊กที่คำว่า Plugins ที่หน้าต่างด้านขวาดูแล้ว จะพบว่ามีรายการอื่นๆอีกมากมายให้เลือก
รายการเหล่านั้นคือ plugins ที่เราจะสามารถใส่ลงไปในไฟล์เสียงของเราได้ครับ (ในที่นี้ผมยังไม่แนะนำ plugins ตัวใดทั้งสิ้นนอกจาก Normalizer เท่านั้น เนื่องจากมันเยอะมากเกินไป จนน่าจะไปเขียนตำราเป็นเล่มๆมากกว่า)



ให้เราเลือกดู plugins ที่ชื่อว่า Normalizer
1. จากนั้นก็คลิ๊กค้างไว้แล้วลากมาวางไว้ที่หน้าต่างทางด้านซ้าย (หรือจะใช้วิธีดับเบิ้ลคลิ๊กก็ได้ครับ)
2. จากนั้นก็กดปุ่ม OK เพื่อยืนยัน



เมื่อเรียบร้อยแล้ว

1. ก็ให้เรามาที่ Tab ที่ชื่อว่า Output
2. แล้วคลิ๊กที่ Output Format เพื่อเลือกว่าเราจะให้ไฟล์ที่เราแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว save เป้นไฟล์นามสกุลอะไร



ตามตัวอย่างผมเลือกเป็น mp3 นะครับ ลองดูตามภาพเอานะครับ
เมื่อเลือกแล้วก็กดปุ่ม OK ไป



เมื่อกด OK ไปแล้ว โปรแกรมจกลับมาที่หน้าต่าง Output Format เหมือนเดิม

1. ให้เราเลือกโฟลเดอร์ปลายทางที่เราต้องการจะเอาไว้ใช้เก็บไฟล์ที่ถูกแก้ไขแล้ว
2. จากนั้นคลิ๊กที่ปุ่ม Run เพื่อดำเนินการปรับแต่งไฟล์



รอสักครู่.. ใจเย็นนิดนึงครับ ไม่นานหรอก แป๊ปเดียวเอง



เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ปิดโปรแกรม Wavelab ไปได้เลยครับ โดยที่ไม่ต้องไป save อะไรทั้งนั้น
เพราะไฟล์ที่เราต้องการน่ะอยู่ในโฟลเดอร์ปลายทางเรียบร้อยแล้ว ลองเข้าไปดูได้เลยครับ



วันนี้ผมคงฝากการใช้งานโปรแกรม WaveLab เบื้องต้นสำหรับชาวบ้านไว้แต่เพียงเท่านี้นะครับ

ขอบคุณมากครับที่ทนอ่านมาตั้ง 2 หน้า
หวังว่าคงจะได้ประโยชน์กันบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ
ขอบคุณนะคะ
ขอบคุณด้วยครับ เขียนละเอียดดี
-ขอบคุณมากมาย
ขอบคุณครับ...
ขอบคุณคับที่ทำเพื่อประชาชน อิอิ ละเอียดดีคับ
ขอบคุณมากๆคับ
ขอบคุณคราบ
ขอบคุณมากๆคับ